วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เปอร์โยต์ ออมนิ รถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ก่อนหน้านี้พี่ๆ ก็ได้เห็นมินิไฟฟ้า และ Fc Sport รถสปอร์ตพลังงานไฮโดรเจนจากฮอนด้าไปแล้ว ทั้งสองคันมีดีไซน์ที่สวยจับใจ จนอยากได้มาเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังขับได้สบาย ๆ ไม่เปลืองเงินในกระเป๋า แถมยังใช้พลังงานสะอาด ทำให้โลกของเราเย็นขึ้นได้อีก

เพื่อต่ออารมณ์คนรักรถมิให้สะดุดก็ขอพาไปรู้จักกับ เปอร์โยต์ ออมนิ แนวคิดการออกแบบรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ aerodynamic ช่วยให้จอดรถได้ไวขึ้น

ไปทำความรู้จักยานยนต์แห่งอนาคตคันนี้กันเลยค่ะ (มีวิดีโอด้วยนะคะ)



     จุดเด่นของรถยนต์สำหรับชีวิตเมโทรคันนี้มีมากมาย อาทิการออกแบบตัวเครื่องและล้อที่ใช้หลักอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic) จะเคลื่อนไปทางไหนก็รวดเร็ว (ดูจากวิดีโอประกอบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจอดรถในที่แคบๆ 



     ที่สำคัญรถยนต์สปอร์ตขนาดเล็กคันนี้ยังใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ได้จากบนหลังคามาส่งพลังงานให้กับแบตเตอรี่แบบลิเธียมเพื่อปั่นสองล้อให้วิ่งได้ฉิว โดยไม่เปลืองน้ำมันสักหยด ตัวถังรถทำจากคาร์บอน ไฟเบอร์มีน้ำหนักเบา และทนทาน
สิ่งที่ต้องครุ่นคิดอีกเล็กน้อยก็คือ คงยังไม่ใช่ปีหรือสองปีนี้แน่ๆ ที่จะมีรถคันนี้วิ่งสู่ท้องถนน
หากใครยังดิดใจในดีไซน์ ก็ขอเชิญคลิกดูภาพทุกมุมมองของ เปอร์โยต์ ออมนิ ได้ที่

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทาทา มอเตอร์ส กับ รถรุ่นนาโน เล็ก ๆ น่ารัก ประหยัดน้ำมัน

     ทาทา มอเตอร์ บริษัทรถยนต์ชื่อดังของอินเดียระบุในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า บริษัทฯ ขายรถยนต์ยอดประหยัดนาโนในอินเดียได้กว่า 2 แสน 3 พันคันแล้ว ยอดขายรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่น 5 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐหรือเกือบ 1 แสน 8 หมื่นล้านบาท พร้อมแสดงความขอบคุณชาวอินเดีย ที่ให้การต้อนรับรถยนต์จิ๋วทาทา นาโนอย่างอบอุ่น ยอดขายนี้ ถือว่าสูงสำหรับประเทศอย่างอินเดีย ที่มียอดขายรถยนต์โดยสารปีงบประมาณที่แล้วเพียง 1 ล้าน 5 แสนคัน....



Refer  OKnatuib
By


Silaporn Dried seafood , Fabric Native
Tel : (038) 397-127
www.silaporn.com
  

My profiles: Facebook Page Facebook Twitter Blogger
Contact me: MSN hirunrus





วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ว๊าว!!! รถไฟฟ้า วู่หลิง

Pic_160785



เรียกเสียงสูดปากสนั่นลั่นกราวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 32 ซึ่งกระหึ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 5 เม.ย.นี้ ที่เมืองทองธานี

เมื่อ ค่ายพีวีเอ  มอเตอร์  2056  ของ  "เสี่ยขาว" รมณ์ จตุปัญญา ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับ  "วู่หลิง"  (Wuling) ยนตรกรรมจากประเทศจีน

ได้เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่เฉียบ รับกระแสอนุรักษ์ พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม





นั่นคือ วู่หลิง ซี 1 (Wuling C1) รถยนต์นั่งไฟฟ้า 2 ที่นั่ง  อวดโฉมเตะตาที่บูธวู่หลิงซึ่งอยู่ ตรงข้ามบูธ ปตท. (PTT)

ทาง  เอสเอไอซี-จีเอ็ม-วู่หลิง ออโต้โมบิล (SGMW) แห่งประเทศจีน ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง วู่หลิงออโต้โมบิล, เซี่ยงไฮ้ออโต้โมบิล (SAIC) ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรม รถยนต์ของจีน และ เจนเนอรัลมอเตอร์ (GM) พี่เบิ้มแห่งอุตสาหกรรมรถยนต์ ของสหรัฐฯ ได้ลงขันรังสรรค์รถวู่หลิงลุยกระหึ่มไปทั่วโลกนั้น

ตั้งใจเข็นรถไฟฟ้ารุ่นนี้ลุยขายโลดที่ สหรัฐอเมริกาอีกด้วย จึงได้ทำสเปกตามมาตรฐานเข้มข้นสำหรับบุกตลาดมะกัน 

ดังนั้น ไม่ต้องห่วงทั้งเรื่องรูปลักษณ์ เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ช่วยประหยัดพลังงาน และไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม






อ้างถึง: ขอขอบคุณ ไทยรัฐ 

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ผลิตพลังงานน้ำ ทำรถไฮโดรเจน

น้ำมันแพง...ราคาขยับขึ้นไม่หยุดหย่อนวิกฤตการณ์น้ำมันแพงไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นใน พ.ศ.นี้...เกิดมาไม่ต่ำกว่า 8 ปี

เพราะราคาน้ำมันที่ขยับแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มให้เห็นมาตั้งแต่ ปี 2542 ที่ตอนนั้นราคาน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ราคาลิตรละ 10.35 บาท...ดีเซลลิตรละ 7.59 บาท

ไต่ราคาขึ้นมาเรื่อย วันนี้เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 31.19 บาท...ดีเซล 28.14 บาท

ทั้งที่คนไทยต้องประสบกับปัญหามาช้านานและทั้งที่มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาล จัดหาพลังงานอย่างอื่นมาทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้แล้ว เพราะยังไงราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นตลอด มีแต่แพงไม่มีลด

แต่รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเชื่องช้า ฉลาดคิดเร็วทำเร็ว รวยแล้วไม่โกง...หาเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนได้แบบพื้นๆ

แก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซล

คิดทำได้แค่นี้แล้ว จะไปแก้ปัญหาได้อย่างไร ในเมื่อทั้งแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ล้วนต้องพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก มากถึง 90-95%

คิดได้แค่นี้...คนไทยก็ยังต้องรับกรรมภัยน้ำมันแพงอยู่ดี

ที่อ้างทำให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ถูกกว่าลิตรละหลายบาท นั่นเป็นเพียงแค่รายการปาหี่มายากล สร้างตัวเลขหลอกต้มคนไทย แบบเอาอัฐยายซื้อขนมยาย

ขึ้นราคาน้ำมันอย่างอื่นให้แพง เพื่อเอากำไรไปโปะขายน้ำมันอย่างอื่นถูกลง

พูดง่ายๆ สร้างราคาปั้นตัวเลขหลอกต้มชาวบ้านไม่ให้รู้สึกว่า รัฐบาลบ้องตื้นทำอะไรไม่เป็น เท่านั้นเอง

สร้างภาพให้เห็นว่าฉันเก่ง ไม่ได้นิ่งดูดาย...ฉันแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้แล้ว

ส่วนพลังงานทดแทนอย่างอื่นไม่มีผลงานให้เห็นเลยว่าจะมาช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

ครั้นจะหันไปหาพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยแพงเหลือล้น แถมขีดความสามารถของพลังงานเหล่านี้มีจำกัด ใช้ได้ไม่ตลอด 24 ชั่วโมง

กลางคืนแดดไม่มี กลางวันเมฆหนาฝนตก...พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ไม่ได้

พลังงานลมแทบไม่ต้องพูดถึง บ้านเราลมแรงไม่พอ ผลิตพลังงานได้น้อย

แต่ใช่ว่า...หนทางแก้วิกฤตการณ์น้ำมันแพงจะไม่มีทางออกเอาซะเลย

วันนี้...คนไทย...ประเทศไทย...มีทางออกแล้ว!!!

ประดิษฐ์คิดค้นพลังงานทดแทนจากธรรมชาติที่สามารถใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องพึ่งแดดพึ่งลมที่ให้พลังงานไม่เสถียรอีกต่อไป

แถมยังเป็นพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ และลมซะอีก

แต่ไหนแต่ไรมา เราถูกหว่านล้อมให้เชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นพลังงานสะอาด...จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะต้องไม่ลืมว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จะต้องมีแบตเตอรี่เป็นตัวช่วยเก็บสะสมพลังงาน

แบตเตอรี่ไม่ว่าจะเล็กเท่าถ่านไฟฉาย หรือใหญ่เท่ากับแบตเตอรี่รถ 10 ล้อ...เป็นขยะยากต่อการกำจัด สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม

พลังงานบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ว่า...พลังงานไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำ และเป็นน้ำฟรีๆ...






ไม่ต้องซื้อหา เอาน้ำจากทะเลมาใช้ก็ยังได้

โดยทีมงานคณะนักวิจัยของ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจอดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้เฒ่าวัย 73 ปี แต่ยังมีไฟสร้างผลงานดีๆเพื่อประเทศชาติ

สร้างรถไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำได้เป็นผลสำเร็จ เป็นประเทศที่ 6 ของโลก ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ไม่ใช่คิดทำใช้ได้แค่ในห้องแล็บ

“เทคโนโลยีนี้ เดิมมีสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และจีน ทดลองทำเป็นผลสำเร็จมาแล้ว แต่ทุกประเทศต่างเก็บงำเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครรู้

เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนไม่เพียงแต่จะนำมาใช้แทนพลังงานจาก น้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น ยังสามารถใช้แทนพลังงานนิวเคลียร์ได้ด้วย ต่อไปเรือดำน้ำไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ ใช้พลังงานไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำทะเล”

การสร้างรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนต้นแบบนี้ พล.อ.ท.มรกต เล่าว่า ได้คิดมานานร่วม 7 ปีแล้ว ตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพงขึ้นตลอดที่ผ่านมาได้ศึกษาทดลอง สะสมองค์ความรู้ต่างๆไว้จนหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20 ล้าน

และเมื่อนำโครงการสร้างรถต้นแบบไปเสนอ และสภาวิจัยแห่งชาติได้อนุมัติทุนวิจัย การลงมือสร้างรถต้นแบบอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2550

โดยนำประสบการณ์ที่เคยประดิษฐ์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า, เรือโดยสารไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์, รถเมล์ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ จนประสบผลสำเร็จมาบวกผสมกับเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจน แทนไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

“รถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในชีวิตประจำวันยาก เพราะมีปัญหาเรื่องกลางคืนไม่มีแดด ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าป้อนรถได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเราสามารถทำให้มีไฟฟ้าป้อนรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง เอาก๊าซไฮโดรเจนมาป้อนเซลล์ เชื้อเพลิง แปลงก๊าซไฮโดรเจนให้เป็นไฟฟ้าได้ รถจะสามารถวิ่งได้ทั้งวันทั้งคืน”

อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแปลงก๊าซไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้านั่นก็คือ...MEA ที่ย่อมาจาก Membrane Electrode Assmbly เรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ เยื่อแลกเปลี่ยนโปรตรอน

เป็นเยื่อบางๆ 5 ชั้น ที่มีแผ่นพลาสติกโพลีเทตราฟลูออร์เอททีลีนอยู่ตรงกลางทั้งสองข้างประกบ ไปด้วยผ้าคาร์บอนและผงถ่านที่แพลตินั่มจับเกาะเป็นจุด

เมื่อก๊าซไฮโดรเจนวิ่งผ่านเยื่อ MEA จะปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้ามาให้ เราใช้งานได้โดยตรง...ไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่เหมือนรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

และข้อดีอีกอย่างของรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน ที่เหนือกว่าทั้งรถไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และรถยนต์ซดน้ำมันทั่วไป...ขนาดของเซลล์พลังงานเล็กและมีน้ำหนักเบากว่ามาก

หนักแค่ 4 กก.ก็ทำให้รถวิ่งได้แล้ว

เอาก๊าซไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟ้า ชาวบ้านทั่วไปอาจจะมองว่า ก๊าซชนิดนี้จะเอามาจากไหน จะแพงเหมือนน้ำมันหรือเปล่า?

“คนไทยไม่ค่อยรู้ว่า ทุกวันนี้เราได้ปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งไปในอากาศมากมาย โรงงานแก้ว โรงงานปิโตรเคมีปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งทุกวันและที่ผมนำมาทดลอง ก็เป็นก๊าซไฮโดรเจนที่เขาให้มาฟรีๆ อยากจะเอาไปเท่าไรเขาก็ให้

หรือจะทำก๊าซไฮโดรเจนเองก็ยังได้ แค่เอาน้ำมาแล้วใช้ไฟฟ้าแยกก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำ เพียงนี้ก็ได้พลังงานแล้ว 1 ชั่วโมง ผลิตก๊าซไฮโดรเจนทำให้รถวิ่งไปประมาณ 40 กม. แบบไม่ต้องซื้อหา”

และเมื่อพูดถึงก๊าซไฮโดรเจน สิ่งที่ตามมาอีกอย่างนั่นก็คือ คนไทยกลัวว่ามันจะระเบิด...เพราะคุ้นหูกับชื่อระเบิดไฮโดรเจน

“ไม่ต้องกลัว” พล.อ.ท.มรกต บอก “ก๊าซนี้ไม่ระเบิดง่ายๆ จะระเบิดเผาไหม้ได้จะต้องใช้ความร้อนสูงถึง 40,000 ํC”

ระเบิดไฮโดรเจนที่ว่าอันตรายร้ายแรงนั้น เกิดขึ้นเพราะเขาเอาระเบิดนิวเคลียร์เป็นตัวจุดเผาให้ก๊าซไฮโดรเจนระเบิด

ฉะนั้น เมื่อเอามาใช้กับรถ จึงไม่ต้องกลัว...ในชีวิตประจำวัน เราไม่มีอะไรที่จะให้ความร้อนที่สูงเป็นหมื่นองศา

ยิ่งไปกว่านั้นผลงานผลิตไฟฟ้าไฮโดรเจนของ พล.อ.ท.มรกตไม่เพียงจะนำไปใช้กับรถเท่านั้น ยังสามารถนำมาเป็นไฟฟ้าใช้ในบ้านได้ด้วย...มันจึงเป็นพลังงานทดแทนตัวจริง

แต่จะเป็นพลังงานทดแทนให้กับคนไทยจริงแค่ไหน...ก็ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาล นักเลือกตั้งมีความตั้งใจจะทำให้มันจริง มากน้อย

เนื่องจากที่ผ่านมา นักเลือกตั้งถนัดแต่ซื้อของนอก เพราะสามารถปั่นราคาฟาดค่าคอมมิชชั่น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ผู้ติดตาม